พม่าสปริง “ความหนาวเหน็บของอาณาจักรพุกามที่สะท้าน
เข้าไปถึงทรวงอาณาจักรล้านช้าง และอาณาจักรขอม”
ตอนที่2 (ต่อ) : การต่อสู้ของพม่า ฤาษีแห่งเอเซีย
โดย ดร.ทินโน ขวัญดี .........สำนักสวนพลู
18 พฤศจิกายน พ.ศ.2558
เข้าไปถึงทรวงอาณาจักรล้านช้าง และอาณาจักรขอม”
ตอนที่2 (ต่อ) : การต่อสู้ของพม่า ฤาษีแห่งเอเซีย
โดย ดร.ทินโน ขวัญดี .........สำนักสวนพลู
18 พฤศจิกายน พ.ศ.2558
”””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
……ความจากตอนที่2 การต่อสู้ของพม่า ฤาษีแห่งเอเซีย
....เหตุไฉน อะไรจึงทำให้สังคมโลก เรียกพม่าว่า ฤาษีแห่งเอเซีย
คำพูดเหล่านี้ มีที่มาที่ไปอย่างไรที่ทำให้ต้องเรียกอย่างนั้น คำว่าฤาษี
เป็นคำที่แสดงออกถึงความภาคภูมิใจ หรือเป็นคำที่เย้ยหยันดูถูกดูแคลนกันแน่ จากเหตุการณ์ที่พม่าต้องผ่านร้อนผ่านหนาว
ผ่านความทุกข์โศกจากการกระทำของนักล่าอาณานิคม
แม้นย้ายเมืองหลวงหนีจากกรุงย่างกุ้ง ขึ้นไปทางเหนือ ในภูมิประเทศที่สลับซับซ้อน
ภูเขาสูง กรุงมัณฑะเล เพื่อป้องกันการรุกราน จากอังกฤษ ก็ยังหนีไม่พ้นอยู่ดี (จากเหตุการณ์เดียวกันนี้
การย้ายเมืองหลวงจากกรุงย่างกุ้ง สู่ทางเหนือ
ภูมิประเทศที่สลับซับซ้อนและมีภูเขาเป็นฉากกำบัง
ก็เพื่อป้องกันการรุกรานจากชาติมหาอำนาจ จีนอีกเช่นกัน) ฟังดูพม่ากระตือรือล้นย้ายเมืองหลวงจากย่างกุ้งสู่มัณฑะเลย์
อยุ่ในช่วงสมัยอยุธยาตอนปลาย ซึ่งในระยะเวลาต่อมาหลังช่วงสงครามโลกครั้งที่
2 พณ.ท่าน จอมพล ป.พิบูลสงคราม
ก็มีดำริในการย้ายเมืองหลวงจากกรุงเทพไปที่เพชรบูรณ์ ด้วยเหตุผล
และสาเหตุเดียวกันกับพม่า ...หนี และป้องกันการรุกราน
....พ.ศ.2505 นายพลเน
วิน แห่งกองทัพพม่า ทำการรัฐประหาร ปิดประเทศ โดดเดี่ยวและบูรณะพม่า
ตามแนวทางสังคมนิยม ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความแตกแยกความสามัคคีในประเทศ (เชื้อสาย
และผ่พันธุ์ในพม่ามีมากถึง 135 เชื้อชาติ
ที่มี รูปร่าง หน้าตา ภาษา ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชิวิต และความเชื่อ ที่แตกต่างกัน) และปัญหาเศรษฐกิจ ที่รุกเร้า เหมือนคนป่วยที่นอนรอเวลาจากไป ยากที่จะเยียวยาแก้ไข
เงินทุนสำรองระหว่างประเทศร่อยหรอ จนแทบจะหมดจากคลังหลวง เจ้าอาณานิคม
ที่เอาเปรียบ เอาผลประโยชน์ จนพม่าแทบจะเหลือแค่กระดูกที่เดินได้
ทั้งๆที่ประเทศนี้มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดใน
เอเซียอาคเนย์ ประเทศที่มีแม่น้ำสายใหญ่ๆ (ใหญ่กว่าและยาวกว่า แม่น้ำเจ้าพระยา
) ถึง 3 สาย ประกอบด้วย
/ แม่น้ำอิระวดี(Irrawaddy) /..แม่น้ำซิตแตง(Sittang) และแม่น้ำสาละวิน(Salawin) ที่มีพื้นที่ราบลุ่ม พื้นที่ลุ่มน้ำในภาคกลางของประเทศ
อย่างกว้างขวางอันอุดมสมบูรณ์ (ใหญ่กว่าไทยเกือบ2เท่า) แต่ทำไมพม่า และชาวพม่าจึงยากจน จน
จนเรียกว่าจนบักโกรก ในเวลานั้น
.....ทางออก ของนายพลเน วิน ปิด ประเทศ
บูรณะและซ่อมแซม อยู่อย่างสมถะ ช่วยตัวเอง เพิ่งพิงต่างชาติให้น้อยลง
ลดบทบาทต่างชาติ ให้ลดลง เน วิน น่าจะมีวิธีคิดเชิงแนวทางพุทธศาสนา
มาประยุกต์ใช้กับการปกครองประเทศ อย่าลืมว่า ชาวพม่า คนพม่า มีความเลื่อมใส
และศรัทธาในพระพุทธศาสนา อย่างเคร่งครัดในวิถีปฎิบัติที่เข้มงวด
.......(พระสงฆ์ในพม่าจะต้องรู้ และท่องพระธรรมวินัย
พระไตรปิฎกได้ ทุกรูป หากจะเป็นพระสังฆราชได้
ต้องสอบแข่งขัน ท่องคำภีร์ กัจจายนไวยากรณ์ 8กัณฑ์ / อภิธานนัปปทีปิกา 1203 คาถา / วุตโตทัยฉันโทปกรณ์ สุโพธลังการ / อภิธรรมปัตถ
สังคหะ 9 ปริจเฉท / มาติกา ธาตุกถา 14 นัย
ยมก 10 / คัมภีร์ปัฎฐาน จนจบ กุสลติกะ : เมื่อสอบผ่านแล้วได้รับ สมยานามพิเศษว่า “เตปิฎกธรธรรมภัณฑาคาริกา” ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีทั้งหมด 5 รูป)
....แล้วทำไมเกือบ สามสิบปี
ที่ใช้นโยบายปิดตนเอง บำเบ็ญตนเยี่ยงฤาษี พม่าจึงไม่สามารถนำพาประเทศไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้
แม้นว่าจะใช้การปราบปรามแบบทหารกับชนกลุ่มน้อย
ก็หาสามารถรวบรวมชนชาติเหล่านั้นให้เป็นปึกแผ่น ดั่งเช่นพระเจ้าอโนรธา แห่งอาณาจักรพุกาม
หรือบุเรงนอง แห่งกรุงหงสาวดี แม้นว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวทางด้านเศรษฐกิจกับประเทศอื่น
แล้วทำไมความยากไร้ ก็ยังคงมาเยือนประชาชนคนพม่าอีกเช่นเคย หรือ
มันเป็นความเร็วเกินไป ที่แผนงานนั้นยังไม่สามารถ ส่งผล และปรากฎเป็นรูปธรรมได้
ให้ชาวพม่าได้ชื่นใจ ทันที ที่นารีขี่ม้าขาว
นาม ออง ซาน ซูจี ขี่ม้าเรียบค่าย มาเยี่ยมมารดา ในปี 2531 พม่า ฤาษีแห่งเอเซีย
ก็ถึงจุดจบของการเปลี่ยนแปลง ณ วันที่แปด เดือนแปด คศ.หนึ่งเก้าแปดแปด
หรือที่เราเรียกว่า “โศรกนาฎกรรม 8.8.88”
.....คำพูดที่ว่า พม่า กับฤาษี มันไม่ใช่คำที่ห่างไกลจากความเป็นจริง
สังคมในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเซียใต้
ต่างได้รับอารยะธรรมจากอินเดียทั้งสิ้น วันนี้เราศรัทธาและเชื่อมั่นในศาสนาพุทธ
แต่ความเป็นพุทธนั้นมีรากเหง้ามาจากพราหม และฮินดู ในประเทศพม่าก็เช่นเดียวกัน
เราจะพบเห็นฤาษี ได้ทั่วไป ตามภูเขา ถ้ำ ใต้ต้นไม้ และแหล่งอื่นๆ ที่ห่างไกลจากชุมชน
..ฤาษียังมีอยู่ทั่วไปในพม่า...
...ฤาษี คือเป็นนักบวช ชนิดหนึ่งที่มีมานานแล้วก่อนพระพุทธองค์ที่จะกำเนิดพระพุทธศาสนา
ฤาษีในสมัยก่อนพุทธกาลก็พยายามมุ่งมั่นไปในทางที่จะให้หลุดพ้นซึ่งส่วนมากฤาษีจะได้ปฎิบัติเพียงฌานสี่ขึ้นไป.อย่างสูงก็แค่ฌานสมาบัติ
แต่ก็ยังไม่เป็นการหลุดพ้นไปได้แต่ก็เป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ มีอายุยืน มีอิทธิปาฎิหาริย์ต่างๆมากมาย
...หลังจากที่ได้มีกำเนิดพุทธศาสนาขึ้นในโลกนี้แล้วการปฏิบัติของฤาษีก็ได้เปลี่ยนแปลง
ไปโดยหลุดพ้นจากลัทธิต่างๆ
เช่นในสมัยพุทธกาลซึ่งมีการบูชาไฟหรือปฏิบัติอื่นๆฯลฯเป็นต้นแล้วหันมาปฏิบัติตามพระธรรม
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าไม่ว่าจะเป็น ศีล...สมาธิ...ปัญญา...
แต่สำหรับทางด้านฤาษีนั้นจะหนักไปทางฤทธิ์อภิญญา
เมื่อได้ฌานสี่แล้วก็พยายามปฏิบัติไปในทางสมาบัติ 8 ซึ่งเป็นทางให้เกิดฤทธิ์และเล่นกสิณ10 อย่างโดยรวมอย่างใดอย่างหนึ่งควบคู่ไปด้วยซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องฤทธิ์อภินิหารทั้งนั้น
....ส่วนทางด้านพระอริยเจ้าฝ่ายสงฆ์นั้นท่านจะเดินสมฐกรรมฐานให้ถึงฌาน
4 แล้วจากนั้นก็จะมุ่งไปทางวิปัสสนาเกิดปัญญาแล้วทำให้รู้ถึงการพ้นทุกข์เลย(พระอรหันต์)ซึ่งแตกต่างกับฤาษีในตรงนี้เอง
....แต่ฤาษีบางท่านเมื่อฝึกได้ฤทธิ์แล้ว บางทีก็สามารถหักเหไปในทางหลุดพ้นก็มีเหมือนกันสำหรับการฝึกฤทธิ์ของฤาษีนั้นไม่ใช่เป็นของง่ายทีเดียว
จะต้องใช้เวลาบากบั่นพากเพียรนานพอสมควรทั้งนี้แล้วแต่บารมีวาสนาที่ได้สะสมไว้ในอดีตมาประกอบด้วย
เมื่อจำเป็นต้องใช้เวลาในการฝึกฤทธิ์นี้เองฤาษีจึงต้องการให้มีอายุยืนยาว ซึ่งพอรับฟังได้ว่ามีฤาษีบางท่านมีอายุเป็นร้อยปีหรือพันปีก็มี...
...การที่จะมีอายุยืนก็ต้องใช้ยาสมุนไพรบางอย่างช่วยประกอบด้วย...ฤาษีผู้ใหญ่ที่ได้สมาบัติ
8
แล้ว...สามารถเหาะเหินเดินอากาศ
ล่องหนหายตัวไปยังที่ป่รารถนาจะไปได้อย่างรวดเร็ว...เพียงชั่วลัดนิ้วมือเดียว...คือนึกจะไปก็ไปถึงเลยเพราะพลังจิตนั้นไวมาก
เมื่อมีคุณสมบัติได้เช่นนี้ ฤาษีนั้นๆก็จะไปขอหรือหายาอายุวัฒนะที่บาดาลพิภพ หรือเมืองพญานาคได้
ผู้ที่จะไปได้นั้นต้องอย่างน้อยสมาบัติ 8 เพราะแค่ฌาน 4 นั้นยังไปไม่ได้ยังมีฤทธิ์ไม่พอจะไป... ปู่ชีวกโกมารภัทรซึ่งเป็นแพทย์ประจำพระองค์
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็รวมเรียกท่านอยู่ในกลุ่มของฤษีเช่นกัน
...ในสมัยก่อนนี้ทางภูเขาควายราชอาณาจักรลาว...มีฤาษีอยู่มาก ซึ่งจะถือว่าเป็นแดนของฤาษีชีไพรก็ว่าได้...แต่ในปัจจุบันนี้ฤาษีเหล่านั้นได้เคลื่อนย้ายมาอยู่ในประเทศไทยมากขึ้น
โดยเฉพาะจังหวัดเลยฝั่งตรงข้ามกับภูกระดึงก็มีมากท่าน (ธนเทพ ปฎิพิมพาคม)
.....พระฤษีจัดแยกเอาไว้ 4 ชั้นหรือ 4 จำพวก คือ
ชั้นที่ 1 เรียกว่า ราชรรษี แปลว่า เจ้าฤษีชั้นนี้จะมีความเป็นอยู่ตามพื้นธรรมชาติคือมีความปกติเป็นพื้นฐานเพียงแต่มีความริเริ่ม และความพยายามที่จะบำเพ็ญเพียรในเบื้องต้นและปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
ชั้นที่ 2 เรียกว่า พรหมรรษี แปลว่า พรพรหมฤษี เมื่อปฏิบัติเพียงพอกับความต้องการ ในเบื้องต้นแล้ว จึงได้ไปบังเกิดเป็น พระพรหม
ชั้นที่ 3 เรียกว่า เทวรรษี แปลว่า เทพฤษี ผู้ที่ปฏิบัติอย่างมุงมั่นด้วยตบะ จึงมีบารมีมาก พร้อมทั้งมีอิทธฤทธิ์และมีอำนาจมหาศาล
ชั้นที่ 4 เรียกว่า มหรรษี แปลว่า มหาฤษีชั้นนี้นอกจากมีอิทธิฤทธิ์ที่เกิดจากบารมีแล้ว ยังมีภูมิปัญญามากมีอาคมแก่กล้าเป็นที่สุด
ชั้นที่ 1 เรียกว่า ราชรรษี แปลว่า เจ้าฤษีชั้นนี้จะมีความเป็นอยู่ตามพื้นธรรมชาติคือมีความปกติเป็นพื้นฐานเพียงแต่มีความริเริ่ม และความพยายามที่จะบำเพ็ญเพียรในเบื้องต้นและปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
ชั้นที่ 2 เรียกว่า พรหมรรษี แปลว่า พรพรหมฤษี เมื่อปฏิบัติเพียงพอกับความต้องการ ในเบื้องต้นแล้ว จึงได้ไปบังเกิดเป็น พระพรหม
ชั้นที่ 3 เรียกว่า เทวรรษี แปลว่า เทพฤษี ผู้ที่ปฏิบัติอย่างมุงมั่นด้วยตบะ จึงมีบารมีมาก พร้อมทั้งมีอิทธฤทธิ์และมีอำนาจมหาศาล
ชั้นที่ 4 เรียกว่า มหรรษี แปลว่า มหาฤษีชั้นนี้นอกจากมีอิทธิฤทธิ์ที่เกิดจากบารมีแล้ว ยังมีภูมิปัญญามากมีอาคมแก่กล้าเป็นที่สุด
........ทศฤาษี
หรือที่เรียกกันว่าเป็น พระประชาบดี นั้นในมานวธรรม ศาสตร์กล่าวว่ามี 10 ตน คือ
1.มรีจิ
2.อัตริ
3.อังคีรส
4.ปุลัสยตะ
5.ปุลหะ
6.กรตุ
7.วสิษฐ
8.ประเจตัส หรือ ทักษะ
9.ภฤคุ
10.นารท
1.มรีจิ
2.อัตริ
3.อังคีรส
4.ปุลัสยตะ
5.ปุลหะ
6.กรตุ
7.วสิษฐ
8.ประเจตัส หรือ ทักษะ
9.ภฤคุ
10.นารท
.......ส่วนมหาภารตะระบุไว้ว่า
1.มรีจิ
2.อัตริ
3.อังคีรส
4.ปุละหะ
5.กระตุ
6.ปุลัสตยะ
7.วสิษฐ วายุปุราณะเติม ภฤคุ อีก 1 ตน แต่ยังเรียกรวมว่า สัปตฤาษี ส่วนวิษณุปุราณะเพิ่มอีก 2 ตน คือ ภฤคุ กับ ทักษะ เรียกแปลกไปอีกว่า พรหมฤาษีทั้งเก้า(Ohmsaya)
1.มรีจิ
2.อัตริ
3.อังคีรส
4.ปุละหะ
5.กระตุ
6.ปุลัสตยะ
7.วสิษฐ วายุปุราณะเติม ภฤคุ อีก 1 ตน แต่ยังเรียกรวมว่า สัปตฤาษี ส่วนวิษณุปุราณะเพิ่มอีก 2 ตน คือ ภฤคุ กับ ทักษะ เรียกแปลกไปอีกว่า พรหมฤาษีทั้งเก้า(Ohmsaya)
.....การบริหารจัดการและการปกครองประเทศ การแก้ปัญหาของประเทศ
วิสัยทัศน์ แนวทาง การแก้ปัญหา วิธีการปฎิบัติ ความเชื่อมโยงกับโลก
ต่างมีความสัมพันธ์ ซับซ้อน และมีตัวแปรมากมาย กลุ่มคนที่ปกครอง
ประชาชนที่ถูกปกครอง อะไรคือความสอดคร้องและลงตัวในสังคมพม่า
ระบบประชาธิปไตยเช่นนั้นหรือ ที่เป็นยาวิเศษที่จะแก้ปัญหาความอดอยาก ที่สามารถทำให้ประเทศที่อุดมสมบูรณ์แต่ยากจน
รวยขึ้นมาได้เช่นนั้นหรือ
.......สวัสดี พม่า ที่รัก……
......ตอนต่อไป ตอนที่3 : เทพอสูญ 3 เกลอ ประชาธิปไตยนอมินี สัภเวสีชักใย